กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต กรอ.

กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต กรอ.

กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต กรอ.
 กองทุนเงินกู้ยจากนโยบายปฏิรูประบบกการเงินเพื่ออุดมศึกษาเมื่อปี 2547
ได้ส่งผลให้เกิดระบบกู้ยืม
เพื่อการศึกษาแบบใหม่ที่เรียกว่า กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เพื่อให้สิทธิ์ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
ในระดับอุดมศึกษา และอนุปริญญาโดยให้ผู้เรียนรับภาระค่าใช่จ่ายตามความเหมาะสม
และชำระเงินคืน เมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดผ่านระบบการจัดเก็บภาษีของกรมสรรรพกร
ซึ่งระบบการกู้ยืมเงินแบบ กรอ. จะทำให้สถานศึกษาของรัฐและเอกชนดำเนินการจัดการศึกษา
ในเงื่อนไขที่มีความเท่าเทียมกัน มีความเป็นอิสระในการดำเนินงานและแข่งขันกันพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาสู่การผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาการต่างๆ ที่มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน (กู้ยืม) กรอ.
      1.มีสัญชาติไทย
      2.เป็นนิสิตหรือนักศึกษาที่สถาบันอุดมศึกษารับให้เข้ารับการศึกษา โดยผ่านการคัดเลือกตาม
หลักเกณฑ์ที่สถาบันการศึกษากำหนดผู้กู้ กยศ. ต่อเนื่อง
      1.ผู้กู้ยืมแบบ กยศ. ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. หรือ ระดับปริญญาตรี ให้กู้ยืมแบบ กยศ.
ไปต่อจนจบหลักสูตร
      2.ผู้กู้ยืมแบบ กยศ. ชำระหนี้ตามเงื่อนไขเดิม
      3.ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับ ปวส. ทั้งที่เคยกู้
และไม่เคยกู้ กยศ. มาก่อน หากประสงค์จะกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
ต้องขอรับทุน (กู้ยืม) กรอ. เท่านั้นหลักเกณฑ์การขอรับทุน (กู้ยืม) กรอ.
        นิสิตหรือนักศึกษา จะได้รับเงิน กรอ.ผ่านสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ กรอ. โดยตรง และนิสิตนักศึกษาจะต้องชำระคืนตาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กองทุนฯ กำหนด
        1.นิสิตหรือนักศึกษาต้องเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษา
           สถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
           สถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงหรือหน่วยงานอื่นทั้งของรัฐและเอกชน
        2.ในปีการศึกษา 2549 เริ่มต้นให้กู้สำหรับนักศึกษาในระดับการศึกษา ดังนี้
           ระดับอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ปีที่ 1
           ระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ปีที่ 1
           ระดับอนุปริญญา เพื่อการศึกษา เพื่อศึกษาต่อปริญญาตรี หรือ เทียบเท่าหลักสูตรต่อเนื่อง
        3.การให้เงิน กรอ. ครอบคลุมการจัดหลักสูตรการศึกษาภายในประเทศ ทุกหลักสูตร ดั้งนี้
           หลักสูตรปกติ
           หลักสูตรพิเศษ
           หลักสูตรต่อเนื่อง
           ภาคสมทบ
           นานาชาติ
        4.นิสิตหรืืืืือนักศึกษามีสิทธิขอรับทุน (กู้ยืม) กรอ. ได้เพียง 1 หลักสูตร
ในแต่ละปีการศึกษาเท่านั้น
        5.การจ่ายเงิน กรอ. มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
           เงินกู้ กรอ. ครอบคลุมค่าใช้จา่ยประเภท ค่าหน่วยกิต ค่าธรรรมเนียม
และค่าใช่จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แต่ไม่รวมถึงค่าหอพักและค่าใช้จ่าย
ส่วนตัวของนิสิตหรือนักศึกษา โดยกองทุนฯ จะจ่ายให้โดยโอนเข้าบัญชีของ
สถานศึกษาตามที่ได้แจ้งกองทุนฯ
           นิสิตหรือนักศึกษา สามารถขอได้ ตามจำนวนของหลักสูตรเท่านั้น
           กรณีที่มีสิทธิเบิกค่าเล่าเรียนจากหน่วยงานของรัฐให้สามารถขอได้เฉพาะค่าเล่
าเรียนส่วนต่างเท่านั้นขั้นตอนการขอรับทุน (กู้ยืม) กรอ.
         นิสิตหรือนักศึกษาผู้ใดประส่งจะขอรับทุน (กู้ยืม) ให้ยื่นคำขอตามแบบ วิธีการ และเงื่ื่อนไขที่คณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา ณ สถาบันกรศึกษาที่ศึกษาอยู่และ
ดำเนินการดั้งนี้
นักศึกษา จะต้องทำดั้งนี้
         1.สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ กรอ.
         2.แจ้งความปประสงค์ขอรับทุน (ผู้กู้) กรอ.
         3.เตรียมหลักฐานประกอบการกู้
         4.ทำการบันทึกขอรับทุน กรอ.
         5.ลงทะเบียน
         6.เข้าศึกษา
         7.แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานภาพ (ถ้ามี)หลักฐานประกอบการขอรับทุน (กู้ยืม) กรอ.
         1.สำเนาบัตรประชาชนผู้ขอรับทุน กรอ.
         2.สำเนาทะเบียนบ้านผู้ขอรับทุน กรอ.
         3.สำเนาบัตรข้าราชการของ “พยาน”
         4.เอกสารอื่นตามที่กองทุนฯ กำหนดการลงนามในบันทึกกู้ยืมเงิน กรอ.
         1.ให้นักศึกษาผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) ลงนามช่อง “ผู้ขอรับทุน”
         2.กรณีที่รับทุน (ผู้กู้) ยังไม่บรรลุนิติภวะ (20 ปีบริบูรณ์) ให้มีผู้แทนโดยชอบธรรม
ลงนามในช่อง”ผู้แทนโดยชอบธรรม”
         3.กรณีที่ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (20ปีบริบูรณ์) และไม่มีผู้แทนโดย
ชอบธรรม ให้ผู้ปกครองลงนามในช่อง “ผู้ปกครอง”
         4.ให้ผู้ได้รับมอบอำนาจจากสถานศึกษาจากสถานศึกษาตรวจสอบข้อมูลในสัญญา
และลงนามรับรองความถูกต้องในช่อง “สถานศึกษา”
         5.กรณีที่ไม่ได้ลงนามต่อหน้าผู้รับมอบอำนาจจากสถานศึกษาให้ผู้ขอกู้ ผู้แทนโดยชอบธรรม
หรือผู้ปกครอง แล้วแต่กรณีลงนามในสัญญาต่อหน้านายทะเบียนท้องถิ่น ข้าราชการระดับ
4 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า หรือผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป โดยให้บุคคลดังกล่าว
ลงนามรับรองลายมือชื่อในช่อง “พยาน” พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรข้าราชการมาพร้อมกับสัญญาด้วยการแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานภาพของผู้รับทุน (ผู้กู้)
         นิสิตหรือนักศึกษาผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) หรือผู้ปกครองมีหน้าที่ต้องแจ้งให้สถานศึกษาและ
กองทุนฯ ทราบในกรณี
         1.เพิกถอนการลงทะเบียน
         2.ลาออก
         3.เสียชีวิตนิสิต นักศึกษาผู้ขอรับทุน กรอ. มีหน้าที่ต้องแจ้งให้กองทุนฯ ทราบในกรณี
         1.เปลี่ยนแปลงที่อยู่ปัจจุบัน และที่อยู่ตามภูมิลำเนา
         2.ย้ายสถานศึกษา
         3.สำเร็จการศึกษา
         4.เลิกการศึกษาการชำระหนี้ กรอ.
         1.นิสิตหรือนักศึกษา ผู้ได้รับทุนกู้ยืมมีหน้าที่ต้องชำระเงินคืนกองทุน เมื่อสำเร็จการศึกษา
หรือเลิกการศึกษาในหลักสูตรที่ขอกู้ และมีรายได้ตั่งแต่ 16, 000 บาทต่อเดือน หรือ 192,000
บาทต่อปีขึ้นไป
         2.การชำระเงินคืนกองทุนฯ ให้ชำระผ่านกรมสรรพกร ตามอัตราก้าวหน้าตามจำนวนรายได้
ของผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) ดังนี้ระดับรายได้อัตราการชำระคืนต่อเดือนต่อปี(ร้อยละของรายได้ต่อปี)16,000 – 30,000192,000 – 360,000530,001– 70,00360,001 – 840,000870,000 ขึ้นไป840,000ขึ้นไป12         3.กองทุนฯ จะปรับค่าเงินต้นดัชนีราคา ผู้บริโภคทุกวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปีตาม
ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ แต่ไม่เกินร้อยละ 5
           3.1 หาค่าเฉลี่ยอัตราดัชนีราคาผู้บริโภคตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนมิถุนายนของปีถัดไป
           3.2 นำจำนวนเงินที่นิสิตหรือนักศึกษาได้ขอกู้ยืมมาปรับค่าเงินต้นของแต่ละปี
ตามอัตราดัชณีราคาผู้บริโภคเฉลี่ย หากอัตราดังกล่าวสูงเกินกว่าร้อยละ 5 ให้ปรับค่า่เงิน
ต้นได้เพียงร้อยละ 5 เท่านั้น
           3.3 การปรับค่าเงินต้น ให้ปรับปีละ 1 ครั้ง ในวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี จนกว่าผู้ขอรับทุน
(ผู้กู้) ชำระเงินคืนกองทุนฯ เสร็จสิ้น โดยการปรับเงินดังกล่าวจะเริ่มปรับตั้งแต่ปีแรกที่นิสิตนักศึกษา
ได้รับทุนกู้ยืม
         4.ผู้ขอรับทุน (กู้ยืม) มีหน้าที่แจ้งนายจ้างหรือสถานประกอบการที่ผู้ขอรบทุน (ผู้กู้) ได้เข้าทำงานได้ทราบถึงหน้าที่ของผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) ให้การชำระหนี้ทันทีที่เข้าทำงาน
         5.กรณีที่ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) กรอ. ประกอบอาชีพอิสระสามารถชำระหนี้คืนผ่านช่องทาง
การรับชำระตามที่กรมสรรพกรกำหนด ได้แก่ สำนักงานสรรพกรเขตพื้นที่ทั่วประเทศ
หรือ จุดบริการรับชำระเงินอื่นๆ
         6.ในกรณีที่ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) กรอ. ย้ายที่อยู่ หรือ เปลี่ยนแปลง หรือสถานที่ทำงาน หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) จะต้องแจ้งให
้กรมสรรพกรทราบภายใน 30 วัน UFABET168
         7.ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) กรอ. อาจขอคืนเงินทุนที่ได้รับไปทั้งหมด โดยปรับค่เงินต้นตามดัชน
ีราคาผู้บริโภคแก่กองทุน ก่อนถึงกำหนดที่ต้องชำระคืนหรือก่อนที่รยได้จะถึงเกณฑ์
16, 000 บาทต่อเดือน และบอกเลิกการรับทุนกู้ยืมเมื่อใดก็ได้
         8.เมื่อผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์
หรือยังชำระหนี้ไม่เสร็จสิ้นให้ถือว่าหนี้เงินทุนกู้ยืม กรอ. ที่เหลืออยู่ป็นอันระงับไป
         9.ถ้าผู้ใดถึงแก่ความตาย หรือพิการ หรือทุพพลภาพ จนไม่สมารถประกอบการงานได้
ให้หนี้กองทุนกู้ยืม กรอ. เป็นอันระงับไป
         10.เมื่อผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) กรอ. ผิดนัดชำระหนี้ กรมสรรพกรจะส่งหนังสือแจ้งเตือนและส่งเจ้าหน้าที่ออกติดตามตามที่อยู่ของผู้รับทุน
(ผู้กู้) แจ้งไว้ หรือตามที่ได้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
         11.ในกรณีที่ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) กรอ. ไม่ชำระเงินคืนโดยไม่มีเห็นอันสมควร
กรมสรรพกรจะกำหนดให้ผู้ขอรับทุน (ผู้กู้) ต้องเสียเงินเพิ่มอีกไม่เกินร้อยละ 1.5
ต่อเดือนหรือกำหนดการยึด อายัด หรือถูกส่งดำเนินคดีตามกฏหมายการชำระหนี้ กรอ.ผ่านกรมสรรพกร